แชร์ข่าวสารอัพเดท
สุดสะเทือนใจ เผยคำพูดสุดท้าย เก๋ เลเดอเรอร์ บอกพยาบาล
September 10, 2018ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง3 รายงานว่า จากกรณี ‘เก๋ เลเดอเรอร์’ หรือนางสาวกันยกร ศุภการค้าเจริญ อายุ 30 ปี เจ้าของธุรกิจความงาม-นางแบบสาวเซ็กซี่ ดื่มยาฆ่าหญ้าก่อนกระโดดตึก 3 ชั้น คลินิกตัวเอง ภายในซอยร่วมน้ำใจ แยก 4 ถ.ประดิษฐ์มนูญธรรรม เพื่อฆ่าดับชีวิตดัวเองตั้งแต่คืนวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจสันนิษฐานเธอเครียดหนัก
ด้านแอล-กนกวรรณ ศรีวิไล เพื่อนสนิทของเก๋ เผยว่า เพิ่งคุยกัน 4 วันที่แล้ว ตนไปทำผิวที่คลินิกของเก๋เพราะเขาชอบชวนไปเป็นประจำ เจอกันก็เฮฮาปาร์ตี้ปกติไม่มีเรื่องเครียดอะไร เก๋เคยปรึกษาและบ่นว่าเหนื่อยไม่ได้พัก ไม่ได้เจอเพื่อนๆ เขาจะอยู่คนเดียวเยอะมาก ต้องดูแลร้าน ทำงานคนเดียวตลอด เก๋ไม่น่ามีปัญหาเรื่องเงิน ส่วนเรื่อง เอิร์ก น้องชายคนสนิทตนขอไม่พูดถึงบุคคลที่สาม แต่น่าจะมีปัญหากันจริงๆ ทั้งสองไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ
เก๋กำลังจะเล่าปัญหาให้ฟังแต่มาเสียชีวิตก่อน โดยนัดเจอกันวันที่ 10 ก.ย. นี้ เพื่อคุยปัญหากัน เก๋กับเอิร์กมีปัญหากันจริงๆ แต่ไม่รู้ปัญหาอะไร เก๋เคยบอกว่า “กูไม่ได้คุยกับเอิร์กแล้ว” โดยเก๋รู้จักกับเอิร์กตั้งแต่
loading...
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อถามว่าเกี่ยวกับการตายครั้งนี้ของเก๋หรือไม่ แอลบอกว่าไม่น่าจะเกี่ยว ซึ่งขณะที่ จนท.กำลังช่วยชีวิตนั้น เก๋ได้พูดว่า “ไม่อยากเสียชีวิตแล้ว แสบท้องมาก”
“เก๋เป็นโรคซึมเศร้า ประมาณ 3-4 ปี เคยพบจิตแพทย์ คิดฆ่าตัวตายหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ ครั้งนี้ ไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เขาอาจจะเหนื่อยหรืออะไร ไม่แน่ใจ ส่วนครอบครัวไม่น่าทราบว่าเป็นโรคซึมเศร้า เพราะครอบครัวอยู่ จ.พะเยา เพื่อนๆ จะรู้เรื่องเก๋เยอะกว่า ทุกครั้งที่เขาจะฆ่าตัวตาย คนที่คลินิกจะรู้ มีคนห้ามทัน อยากให้เป็นอุทาหรณ์ว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าต้องไปพบแพทย์
อย่างเก๋เขาขาดการไปพบแพทย์ เก็บความเครียดไว้คนเดียวเกี่ยวกับการเงินและธุรกิจ แต่ที่บ้านไม่มีปัญหา เขาเคยเล่าให้เพื่อนฟังว่าเคยไปหาหมอ ไม่เคยคิดว่าเก๋จะมาถึงจุดนี้ เพราะเจอเราเขาแฮปปี้ตลอด ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าเขาเครียด อยากบอกว่าทุกอย่างมันเร็วมากๆ ตั้งตัวไม่ทัน สุดท้ายหากเพื่อนรับรู้ อยากบอกว่า ดีใจที่เกิดมามีเพื่อนชื่อเก๋ เขาดูแลใส่ใจ คอยห่วงใยทุกอย่างของเรา ขอบคุณที่ให้เกียรติแอลทุกอย่าง”
ข้อมูลจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง3
Cr :https://www.siamnews.com/view-22804.html
0 comments